I remember all my life

posted on 17 Apr 2010 17:59 by dhrammarat
"I remember all my life, raining down as cold as ice, a shadow of a man, a face through a window, crying in the night ....."
I woke up cos of this song, it's my sms's song (Mandy .. Westlife) I grasped my cell phone and look at my message, someone try to sent it at midnight and I read it already, someone sent it in the morning and that made me awake, but the special message was sent to me around 3 a.m. and that time I slept, in fact before I went to bed I want to sent message to him but I knew he was is countdown party and we say Happy new year 2010 on New year eve already, so I didn't sent anything to him but when I receive sms from him, I felt happiness cos he thinking of me although he hang over.
When I replied all of my sms, I continued to sleep again and out of bed when the owner room knocked on my door for serving my breakfast, oh !! great. After that I called him, persuaded him to travel here (he called me yesterday and told me that he came back to Pattaya already) and told him to take his friend with him too, he asked me to travel at Pattaya but I refused cos I didn't find some info. about Pattaya (and it inconvenient for travel there alone, but I didn't tell him about this reason) I confirmed to travel at Koh Larn and I think he is OK, but around mid-day he called me and say something I didn't understand (it was loud cos I'm on the road) I think he didn't understand when I said too. The only thing that I realized ... he just know in this time that I stay at Koh Larn already (Oh, why, I told him yesterday that I'm at the port and waiting for the boat to Koh Larn, what about his understanding?). I asked him "You don't come here today, right?" I don't know what his replied (my listening is very bad) but I told him "I have no problem, just want to know .. what you want to do?" and ... can't remember anymore, just know he didn't come here.
I ride motorbike to "Had Nuan" (Nuan beach) It was a little long way and I crying, I thinks nobody interested me or if it have someone saw me crying, I don't care (nobody knows, who am I). My thought is .. when I feel very lonely and I need him, he's never to be my encourage, it's happen twice, or maybe he is not my soulmate.
I think, my dresses was strange when I walk on the beach, T-shirt and long(arms) shirt, short, nake feet, cap, middle hand bag and camera (no one same me), take many photos and of course, take photos on myselve (sometime with big smile). I walk until almost the end of the beach and then lie down on the beach chair. My boss called me and asked me about my friend, so I told him I came here alone, he asked me all of details.. why my friend didn't come with me? why I'm not cancel about this trip? how about my trip? my room? my safe? ah ... I think I have the habit of this from my boss, (hehehehe) and you know? after I come back, he talked to me about this topic only a few sentences but feel very painful, but he told to my colleague that he is very angry on me, what would to do if my dad knows and if my ages only 20 he will hit me (the advantage of my 32 years old)
After I ring off from my boss, I called to my friend, the first was .. pick it up and said she is very busy and ring off immediately, the second .. didn't pick my phone up, so I crying again.. and felt.. Lonely.. I'm so lonely, I have nobody, to call my owwnnn   
I stop to cry when I heard the song "Wake up call" I set this song only him, he told me.. he bought package tour for going to Koh Larn and will come here tomorrow, and asked me where am I ? and.. pls sent sms to him cos he didn't understand when I told him by talking on phone !!!!!! (so, trust me, if we have chance to meet, I will take papers and pen with me, if we talking and can't understand we can use it for communicate, haaaaaaa)
Only that .. I'm enjoy again and ready to move on my adventure (a little crazy, it seem like I take my happiness on another hand, not good). I went to "Had Samae", "Had Tien" and stop for a while to go to view point, it's up for many stairs, but when I standing on the top I can see Had Samae, a little island in the sea and Pattaya city too, great ....
I came back to my room and kept everything here, took only motorbike key, room key and some money with me (remember? I lost my cell phone cos took it to swim with me), in fact I wearing swim suit since in the morning, I can go to the sea everytime that I want but yesterday when I go up from the sea, I had a headache so I fear to swim in day cos I must ride motorbike, therefore I waiting until the evening for swimming, but this time I'm well.
OK, watching TV .. listen music and dance .. listen Buddhist pray and went to bed .. waiting for the next day.
Good night and sweet dream

edit @ 17 Apr 2010 18:00:56 by เจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย


posted on 05 Dec 2009 01:46 by dhrammarat
ผมว่าไม่มากก็น้อย ผู้อ่าน blog หลายคนต้องเคยฟังเพลง เจ้าไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน ของคุณพี่ วิยดา และผมก็เชื่อว่า เพื่อนๆ ทั้งหลายหลายคน ก็คงจะอ่านแล้วก็บอกว่าอะไรเนี่ย เพลงนี้อีกแล้วหรอ คนเขียนเยอะแล้วนะ แต่ผมมองว่ามันเป็นเพลงอมตะ และ คลาสสิค สำหรับคนรู้ว่ามีหวังเพียงเล็กน้อยที่จะรักแต่ก็จะพยายามทำให้อีกฝ่ายหันมาเหลียวซักนิดก็ยังดี และก็รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำผลออกมาจะเป็นเช่นไร เพราะฉะนั้นเราจำเป็น ต้องขอบคุณความพยายามของเจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย ที่ถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาได้อย่างลึกซึ้งและโดน
ขนาดนี้ เป็นเพลงตัวแทนของผู้ชายหรือผู้หญิงที่แอบรักใครซักคนที่คุณคิดว่าเขาไม่มองคุณหรอก
ไม่มากก็น้อยของใครหลายคนที่เป็นเจ้าไม้ขีดไฟ ผมก็เป็นคนหนึ่งในโลกใบนี้ที่เป็นเจ้าไม้ขีดไฟ เพลงนี้มันโดนอย่างไร แล้วทำไมผมเปรียบตัวเองว่าตัวผมเองเปรียบเสมือนเจ้าไม้ขีดไฟ 55+ จากบล็อกที่แล้วที่ได้เขียนในครั้งที่แล้ว ย้อนกลับไปอ่านคลิกที่นี่เลยครับ ท่าจะไม่ดังเพราะเขียนห่วย ^ ^   
         วันแรกที่ผมเจอเธอผมก็ได้เอาหัวใจผมฝากไว้กับเธอเลยทีเดียว แต่มันคงเป็นอะไรที่ยากมากเลยกับการที่เราฝากหัวใจให้เขา แล้วเจ้าตัวหละจะรับฝากหัวใจที่เราให้ไว้หรือเปล่า คำตอบคือ ไม่ < อันนี้ผมเดา 55+>แต่มันก็คงไม่จริงๆนั่นหละ เพราะดูเหมือนว่าเขามีเจ้าของแล้ว และนั่นคือเมื่อหลายเดือนที่แ้ล้ว แต่ว่าปัจจุบันคนที่ผมชอบคนนี้เขาโสดแล้ว 55+ แต่เหมือนจะดีนะครับแต่มันก็ไม่ดีเท่าที่ควรเท่าไร ปรากฎผมแอบสืบมาได้ว่าเธอผู้นั้นไปชอบ ชายอีกคน T T เศร้าดิพี่น้อง ทีนี้คู่แข่งของผมคือใคร คือผู้ชายอีกหลายคนที่เห็นเธอแล้วถูกชะตากับเธอ กับผู้ชายที่เธอชอบ นั่นก็คงไม่แปลก ว่าทำไมผมจะเปรียบตัวเองว่าเป็นเจ้าไม้ขีดไฟ และผู้หญิงที่ผมชอบเป็นดอกทานตะวัน และสุดท้ายท่านชายผู้นั้นเป็น ดวงอาทิตย์ .... และมันก็เป็นดั่งเพลงเจ้าไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวันทุกประการ ที่ดวงอาทิตย์ส่องแสง แล้วดอกทานตะวันหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์นั้นตลอดเวลา แล้วเมื่อไหร่ เจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย จะแทรกเข้าไปให้แสงกับดอกทานตะวันและดอกทานตะวันหันมอง เมื่อนั้นเราคงมั่นใจว่าดอกทานตะวันนั้นจะหันมาหาดอกไม้ขีดไฟแล้วก็บอกว่า ฉันน่าจะเห็นแสงที่มีค่าของเธอมากกว่าแสงดวงอาทิตย์ที่ไม่สามารถทำให้ฉันเป็นสุขใจ ผมหวังว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้น  และทุกวันนี้ผมก็ได้แต่เจียมตัวและเจียมใจไว้ โดยขอยึดอย่างเดียวคือ รักโดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งมันคงทำให้ผมเป็นสุขคือพอใจที่ให้ถึงแม้ว่าเธอผู้นั้นจะรับหรือไม่ก็ตาม    .......  
..... เจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย ......

edit @ 5 Dec 2009 02:24:14 by MutC

edit @ 5 Dec 2009 02:30:43 by เจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย

      หลายปีมานี้รู้สึกว่า เวลาจะจีบใครไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าที่ควรมีความคิดอยู่ในหัวตัวเองมาตลอดว่า "เวลาจะรักใครซักคนกรุณาเผื่อใจไว้ซักนิด" หลังๆมานี่รู้สึกว่าฟังเพลงไหนที่เกี่ยวกับความเหงา หรือว่าความรัก ทำให้ตัวเองมีอารมณ์ร่วมไปกับเพลงที่ฟัง อาจเป็นเพราะว่า มันโดนความรู้สึกตอนนี้มั้ง คือเหงาใจ ก็มีเพลงหลายเพลงที่ทำให้เราเหงาได้ยามเราฟังเพลง เช่น

ใครซักคน ที่รู้ใจ ของละมุนฟังครั้งแรกก็โดนเลย ประจวบเหมาะกับความเหงาเข้ามาย่างกาย เจอเนื้อเข้าไปถึงกับโดน 

"ความหนาวยังคู่กับลมแรง แสงยังคู่กับเงา
ไม่มีใครสักคนที่จะเหลียวมอง "

เป็นไงหละ ทุกอย่างยังมีคู่ แล้วเราหละคู่ใคร ไม่มีคู่ โหยเป็นท่อนที่โดนมาก ฟังแล้วเหงาจับใจได้อีก หลังจากเหงาอยู่พักนึง ทำให้รู้สึกว่าเราควรหาอะไรเปลี่ยนความหดหู่นี้ไป โดยการทดแทนในเรื่องการเรียน และการทำงาน แต่ว่ามันก็ทำไม่ได้อยู่ดี

         ตั้งแต่เรียนปริญญาโท ผมได้เจอผู้หญิงคนหนึ่ง : คุณเคยรู้สึกถูกชะตากับใครหรือเปล่า ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นหน้าผู้หญิงคนนี้แล้วถูกชะตา ถ้าถูกชะตาแล้วทำไง จีบสิครับอย่าไปสน แต่แล้วคำตอบมันก็กลับมาว่าเขายังไม่มีคู่ แต่คนมาให้เค้าเลือกเยอะมาก เอาแล้วเรียนบริหารการจัดการมาเล็กน้อย "สินค้าจะขายได้หรือถูกใจผู้บริโภคมีหลายประการแต่ส่วนใหญ่สินค้าแต่ละชิ้นต้องมี จุดแข็งและจุดได้เปรียบ" เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว จุดแข็งเราคืออะไร วิเคราะห์ . . . . . . . แม่ม ไม่มีเว้ย ตายแล้วสิทำไงต่อ มาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องเดินหน้าสิครับ ปรากฎว่า สามเดือนที่ผ่านมาเข้าหาบ้างไม่เข้าบ้าง ไม่ใช่เพราะเราไม่ทุ่มเท หาเขาจริงแต่เราเกรงใจเค้า กลัวว่าเราจะไปทำให้เค้ารำคาญ เลยค่อยๆเข้า ประจวบเหมาะ แต่แล้วครับ มีวันหนึ่งเราก็โทรไปหาเค้าคนนั้นของเราเหมือนกิจวัตร แต่วันนั้นสงสัยวันดวงไม่ดี มีผู้ชายมาคุยต่อจากเค้าคนนั้น พูดว่า "เห้ยนายอย่าโทรมาเบอร์นี้อีกนะ เค้าเป็นแฟนฉัน" ประมาณนี้มั้ง ถ้าผิดก็ขออภัยความจำมันปลาทอง แล้วอย่างไรครับ แม่เจ้าขอบอกว่าอึ้ง รวมกับพึ่งตื่นนอนคิดคำพูดย้อนกลับไ่่ม่ได้ โคตรซวย : แต่ด้วยเป็นผู้ชายขี้ป๊อดคนนึง ก็ไ่ม่โทรต่อครับกลัวหลายอย่าง แต่กลัวที่สุดคือกลัวผู้หญิงเขาผิดใจกับอีกฝ่าย ก็เลยเลิกโทร ซึ่งจากวันที่เห็นหน้ากันจนวันที่เลิกโทรคิดว่าเป็นเวลา 4 เดือน โทรหาได้ไม่เกิน 10 ครั้งหลังจากได้เบอร์โทร :::>>>> ได้รับประทานแห้วแน่เลยครับพี่น้อง 

         หลังจากที่เราคิดว่าเราควรจะได้รับประทานแห้ว วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน มีคนคาบข่าววงในมาบอกว่า เนี่ยผู้หญิงคนนั้นที่เราชอบอะ เค้าอกหักนะเลิกกับแฟนแล้ว  โอกาสกลับมาหาผมอีกแล้ว พูดถึงคำว่าโอกาส ผมจะเจอคำพูดหนึ่งเสมอว่าคนเรานั้นอะ อยู่เฉยๆเด๋วก็เจอความรักเอง  อืมมันไม่น่าจริงมั้งครับ ถ้าเราไม่ไขว่าคว้าหาโอกาส อยู่ดีๆความรักจะวิ่งชนเราได้อย่างไร เราไม่ใช่ หนุ่มหล่อ พ่อรวย คารมไม่ดี แต่ที่ให้ได้คือ เพื่อนทุกข์เวลาเธอเศร้า เป็นเพื่อนหัวเราะยามที่เธอมีสุข  555+ มันไม่คล้องกันเลย

โชคชะตานำพาให้เราสองคนได้รู้จักมากขึ้น จริงหรือเปล่าหว่า หรือว่าเราหลอกตัวเอง วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2552 เป็นวันที่ชวนเขาทานข้าว แต่ต้องหลอกล่อนิดนึง คือชวนต้องชวนเพื่อนสนิทเขามา เขาก็เลยมาตาม ( วันที่ผมเขียนนี้ ห่างจากวันนั้นประมาณ 11 วัน) ผมจำเขาได้เลยว่าวันนั้นเป็นวันที่ผมมีความสุขถึงแม้จะรู้ได้เริ่มทำความรู้จักเขาก็ตาม แต่ผมก็เริ่มที่จะรักเขา และก็ค่อยๆรักเขามากขึ้น เขาเข้ามาในร้านในชุดที่สดใสกับกระโปรง ซึ่งผมไม่เคยเห็น ส่วนใหญ่ผมเห็นเขาที่เรียน ป โท ด้วยกัน เขาชอบใส่กางเกง แต่วันนี้ผู้หญิงคนนี้ใ่ส่กระโปรง ขอบอกเลยโดนอีกแล้ว 55+ เขาเดินเข้ามาในร้านผมก็ไม่รู้อะ ว่าคนจะมองหรือเปล่าแต่ผมคนนึงที่มองเธอตาไม่กระพริบ ผมหลงรักเธอเข้าให้แล้วครับ และคืนนั้นเราก็คุยกันบ้างเล็กๆ้น้อยๆ แต่คืนนั้นเองผมก็เริ่มจับทางได้ว่าเธอมีคนชอบอยู่แล้ว ผมก็คงเป็นคนที่แอบชอบเธอก็เท่าันั้นเอง แต่ผมก็ไม่เสียใจหรอกนะ ผมถือคติที่ว่า การได้ให้ความรักกับใครซักคน ด้วยความเต็มใจของเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องหวังอะไรมากมาย เราแค่ทำตามหัวใจของเราก็พอ อย่าไปคิดมาก นั่นคือถ้าเราคิดจะให้ใครแล้วก็ ควรให้ด้วยความเต็มใจ ไม่จำเป็นต้องคาดหวังอะไรกลับมา แค่ให้เธอรับของที่เราเต็มใจให้ก็พอ แค่นี้ก็สุข โดยไม่จำเป็นต้องรักเราตอบ ....... น้ำเน่าหวะ  55+ การระบายครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ หกปี ที่ผ่านมาที่ผมเขียนอีกครั้ง ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่า ทำไมผมถึงเขียนบล็อกนี้ขึ้นมา ก็หวังว่า มันจะเป็นตัวถ่ายทอดความรู้สึกที่ผมมีให้กับเธอไม่มากก็น้อย อิอิ 


ปล. ไม่ได้เขียนนานแล้ว ถ้าผู้อ่านอ่านแล้วงง ภาษาไม่สละสลวย ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับรอบหน้าจะปรับปรุงต่อไป


...... เจ้าไม่้ขีดไฟตัวน้อย .....    

edit @ 5 Dec 2009 01:43:45 by MutC